


แม้ว่าการรีไฟแนนซ์จะเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดดอกเบี้ยหรือค่างวดรายเดือน แต่หลายครั้งผู้กู้มักละเลยรายละเอียดบางอย่างที่ส่งผลให้เสียประโยชน์ในระยะยาว บทความนี้จะพาคุณมาดูข้อควรระวังสำคัญก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์
การรีไฟแนนซ์มักมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าจดจำนอง ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ และค่าปรับปิดบัญชีเดิม หากไม่คำนวณให้ดี อาจทำให้ผลประหยัดดอกเบี้ยกลายเป็นขาดทุนได้
คำเตือน: ก่อนรีไฟแนนซ์ควรถามธนาคารทุกแห่งถึง “ค่าใช้จ่ายทั้งหมด” และคำนวณจุดคุ้มทุน (Break-even point) ให้แน่ใจว่าผลประโยชน์มากกว่าค่าใช้จ่าย
บางธนาคารเสนอโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำในช่วง 1–3 ปีแรก แต่หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ภาระกลับมามากกว่าเดิมหากไม่ตรวจสอบให้ดี
เคล็ดลับ: ควรดู “อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญา” (Effective Rate) แทนการดูแค่ดอกเบี้ยปีแรก
แม้จะช่วยให้ค่างวดต่อเดือนลดลง แต่การยืดระยะเวลาผ่อนมากเกินไปทำให้ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาสูงขึ้น ควรเลือกให้สมดุลระหว่าง “ค่างวดที่จ่ายไหว” กับ “ดอกเบี้ยรวมที่ยอมรับได้”
การเปลี่ยนธนาคารบ่อยเกินไปอาจทำให้เสียค่าธรรมเนียมซ้ำ ๆ และส่งผลต่อคะแนนเครดิตได้ในบางกรณี หากยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน ไม่ควรรีไฟแนนซ์ซ้ำทันที
ควรเลือกสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตถูกต้อง และให้ข้อมูลโปร่งใส เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาภายหลัง เช่น ค่าธรรมเนียมไม่ชัดเจน หรือบริการหลังการขายที่ไม่ดี
สรุป: การรีไฟแนนซ์เป็นทางเลือกที่ดีหากทำอย่างมีแผน ควรตรวจสอบรายละเอียดให้ครบทุกด้าน คำนวณจุดคุ้มทุน และเลือกสถาบันที่เชื่อถือได้ เพื่อให้การรีไฟแนนซ์ของคุณเกิดประโยชน์สูงสุด



Success